ผู้ไม่เชื่อใครง่ายตนกว่าจะพิสูจน์ด้วยตนเอง ๑ ผู้รู้แจ้งพระนิพพาน ๑ ผู้หมดการเวียนว่ายตายเกิด ๑ ผู้หมดโอกาสที่จะทำดีหรือชั่ว ๑ ผู้หมดกิเลสที่ทำให้หวัง ๑ ห้าประเภทนี้แล เรียกว่า "ยอดคน"
บุคคลผู้ปราศจากความเชื่ออย่างงมงาย ผู้ประจักษ์แจ้งในพระนิพพานอันปราศจากการปรุงแต่ง ผู้ตัดบ่วงร้อยรัด ทำลายต้นเหตุแห่งกรรม และละทิ้งตัณหาทั้งปวงได้แล้ว ผู้นั้นแลคือยอดคนอย่างแท้จริง
คำอธิบายเชิงลึก
พระพุทธองค์ตรัสคาถานี้เพื่ออธิบายความเข้าใจอันลึกซึ้งของพระสารีบุตร เมื่อถูกถามว่าท่านเชื่อหรือไม่ว่าศรัทธาสามารถนำไปสู่ความเป็นอมตะ (นิพพาน) พระสารีบุตรตอบว่าท่านไม่ได้พึ่งพาเพียงความเชื่ออย่างงมงายในพระพุทธองค์ แต่พึ่งพาการรู้แจ้งด้วยตนเอง ภิกษุบางรูปเข้าใจผิดคิดว่านี่คือความเย่อหยิ่งหรือมิจฉาทิฏฐิ พระพุทธองค์ทรงปกป้องพระสารีบุตร โดยอธิบายว่าพุทธศาสนาที่แท้จริงสนับสนุนศรัทธาที่นำทางด้วยปัญญา ไม่ใช่การยอมรับอย่างหลับหูหลับตา แม้ศรัทธาในเบื้องต้นจะมีความจำเป็น แต่ท้ายที่สุดแล้วบุคคลต้องพิสูจน์ความจริงผ่านการปฏิบัติและการทำสมาธิด้วยตนเอง พระอรหันต์คือผู้ที่ได้ประจักษ์ในสภาวะอันปราศจากการปรุงแต่ง (นิพพาน) ตัดขาดบ่วงกรรมทั้งปวง และทำลายตัณหาจนหมดสิ้น ทำให้พวกท่านเป็นผู้ประเสริฐที่สุดอย่างแท้จริง
สวัสดีครับ คาถาที่ 97 จากพระอรหันตวรรคนี้กล่าวถึง "ยอดคน" หรือพระอรหันต์ครับ
ยอดคนในที่นี้คือผู้ที่:
1. ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะได้พิสูจน์ด้วยตนเองด้วยปัญญา
2. รู้แจ้งพระนิพพานอันเป็นสภาวะที่ปราศจากการปรุงแต่ง
3. สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิด
4. หมดสิ้นโอกาสที่จะสร้างกรรมดีหรือกรรมชั่วอีกต่อไป
5. ละทิ้งตัณหาและความอยากทั้งปวง
พระพุทธองค์ทรงตรัสคาถานี้เพื่ออธิบายว่าศรัทธาในพระพุทธศาสนาต้องเป็นศรัทธาที่ประกอบด้วยปัญญา ไม่ใช่การเชื่ออย่างงมงาย แต่เป็นการรู้แจ้งด้วยตนเองผ่านการปฏิบัติและภาวนาครับ
คุณคิดว่าการพิสูจน์ด้วยตนเองมีความสำคัญอย่างไรในการปฏิบัติธรรมครับ?