ผู้หมดกิเลส ไม่เห็นแก่กิน เข้าถึงความหลุดพ้น อันว่างจากกิเลสและไร้นิมิตหมายคือกิเลส บุคคลเช่นนี้มิได้ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย เหมือนนกบินบนท้องฟ้า หารอยอันใดมิได้.
ผู้ที่สิ้นอาสวกิเลสแล้ว ผู้ไม่ยึดติดในอาหาร ผู้มีสุญญตวิโมกข์และอนิมิตตวิโมกข์เป็นอารมณ์ ร่องรอยของเขาย่อมไม่อาจตามหาได้ ดุจรอยนกในอากาศ

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธองค์ตรัสคาถานี้เมื่อมีภิกษุบางรูปกล่าวหาพระอนุรุทธะอย่างผิดๆ ว่าท่านโอ้อวดด้วยการรับบิณฑบาตอาหารชั้นเลิศจำนวนมาก โดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นเทวดาที่ดลใจให้ชาวบ้านถวายทานอย่างมากมาย พระพุทธองค์ทรงใช้เหตุการณ์นี้เพื่อสอนว่า พระอรหันต์ผู้ทำลายอาสวกิเลสทั้งปวงจนหมดสิ้นแล้ว ย่อมไม่มีความยึดติดในรสชาติหรือปริมาณของอาหารเลย ปุถุชนมักจะนำความปรารถนาและกิเลสทางโลกของตนไปตัดสินผู้อื่น ทำให้มองการกระทำของผู้รู้แจ้งผิดเพี้ยนไป พระพุทธองค์ทรงเตือนไม่ให้ตัดสินผู้อื่นอย่างผิวเผินและเต็มไปด้วยความริษยาเช่นนั้น เครื่องวัดความเจริญทางธรรมที่แท้จริงไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นจิตที่ไม่หวั่นไหวเมื่อเผชิญกับโลกธรรม 8 (ได้ลาภ-เสื่อมลาภ, ได้ยศ-เสื่อมยศ, นินทา-สรรเสริญ, สุข-ทุกข์) แทนที่จะวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นด้วยความไม่รู้ เราควรหันมาจดจ่อกับการชำระจิตใจของตนเองให้บริสุทธิ์ ดำรงอยู่ในสุญญตาและความหลุดพ้น เพื่อที่เราจะได้ดำเนินชีวิตไปในโลกได้อย่างอิสระเสรี ดุจนกที่บินไปในท้องฟ้า

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 93 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?