ภิกษุพาล ปรารถนาชื่อเสียงเกียรติยศที่ไม่เหมาะ อยากเป็นใหญ่กว่าพระภิกษุทั้งหมด อยากเป็นเจ้าอาวาส อยากได้รับบูชาสักการะจากชาวบ้านทั้งหลาย
คนพาลย่อมปรารถนาความยกย่องอันไม่สมควร ความเป็นใหญ่ในหมู่ภิกษุ ความเป็นเจ้าอาวาสในอาวาส และการบูชาจากตระกูลอื่น
คำอธิบายเชิงลึก
คาถานี้เป็นคำเตือนสติอย่างจริงจังสำหรับผู้บวช ผู้ซึ่งควรจะสละแล้วซึ่งกามคุณ 5 แต่ความปรารถนาในลาภยศและชื่อเสียงที่จอมปลอมสามารถทำให้จิตใจของผู้ปฏิบัติธรรมไขว้เขวได้ อัตตามักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาโดยไม่รู้ตัว ในตอนแรกอาจเป็นสามเณรที่อ่อนน้อมถ่อมตน แต่เมื่อได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ อีโก้เริ่มเติบโต ต้องการให้คนมาเคารพกราบไหว้ และรู้สึกโกรธหากไม่มีใครเรียกด้วยสมณศักดิ์สูงๆ ความยึดมั่นใน 'ตัวตน' นี้ก่อให้เกิดความโลภในปัจจัยยศและการครอบครองวัดวาอาราม ครูบาอาจารย์ในอดีตมักเตือนเสมอว่า การบริโภคของขบฉันที่ญาติโยมถวายด้วยศรัทธาโดยมิได้ปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง ถือเป็นหนี้กรรมที่หนักหนา และการเพลิดเพลินในลาภยศก็คือการปลูกเหตุแห่งความทุกข์ในอนาคต ลาภยศทางโลกนั้นไม่ยั่งยืนเหมือนหมอกในยามเช้า พระภิกษุจึงควรมองตำแหน่งหน้าที่เป็นเพียงเครื่องมือในการเผยแผ่พระศาสนา ไม่ใช่สิ่งตอบสนองความภาคภูมิใจส่วนตน
สวัสดีค่ะ คาถาที่ 73 จากบทคนโง่ในพระธรรมบทนี้ เตือนสติถึงภิกษุผู้ยังมืดบอดด้วยกิเลสค่ะ
ภิกษุพาลคือภิกษุผู้ยังขาดปัญญา ย่อมปรารถนาในสิ่งที่ไม่สมควรแก่สมณสารูป เช่น อยากได้ชื่อเสียงเกียรติยศที่เกินจริง อยากเป็นใหญ่เหนือภิกษุรูปอื่น อยากเป็นเจ้าอาวาส หรืออยากได้รับการบูชาจากชาวบ้านอย่างไม่เหมาะสม
การกระทำเช่นนี้แสดงถึงการยึดติดในอัตตาและลาภยศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับการสละกิเลสของผู้ปฏิบัติธรรม การบริโภคปัจจัยที่ญาติโยมถวายด้วยศรัทธาโดยไม่ปฏิบัติธรรมอย่างแท้จริงนั้น ถือเป็นหนี้กรรมที่หนักหนา และการหลงระเริงในลาภยศก็คือการสร้างเหตุแห่งความทุกข์ในอนาคตค่ะ
เราได้เรียนรู้อะไรจากคาถานี้บ้างคะ?