เมื่อใดพราหมณ์ข้ามถึงฝั่งโน้น (นิพพาน) ด้วยการปฏิบัติธรรมทั้งสอง (สมถะและวิปัสนา) เมื่อนั้นเครื่องผูกพันทั้งปวง ของเขาผู้รู้จริงย่อมสิ้นไป
เมื่อพราหมณ์ถึงความสูงสุดแห่งธรรมสองประการ (สมาธิและปัญญา) ย่อมรู้แจ้งซึ่งสัจจะ และเครื่องผูกพันทั้งปวงย่อมหลุดพ้น

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธภาษิตนี้ตรัส ณ พระเชตวันวิหาร เกี่ยวกับภิกษุหลายรูป ตามเรื่อง "วันหนึ่ง สมณะสามสิบรูปจากแคว้นอื่นมาเฝ้าพระพุทธเจ้าที่เชตวัน กราบแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระสารีบุตรเถระทราบว่าท่านทั้งหลายมีวาสนาบวชจะบรรลุพระอรหันต์ จึงทูลถามพระพุทธเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระองค์ตรัสถึง 'ภาวะสองอย่าง' ภาวะสองอย่างคืออะไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า 'ดูกรสารีบุตร ภาวะสองอย่างคือสมาธิและปัญญา'" (คัดจาก คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา เล่ม ๓ หน้า ๓๒๕) พระพุทธเจ้าตรัสว่า "พราหมณ์ถึงฝั่งโน้นได้เพราะดำรงอยู่ในธรรมสองประการ" ดำรงอยู่หมายถึงมีอยู่ในปัจจุบันขณะ ธรรมสองประการคือสมาธิและปัญญา ผู้ปฏิบัติ พระพุทธองค์ตรัสว่าต้องมีสองประการนี้เสมอ ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งจะตรัสรู้ความจริงไม่ได้ สมาธิทำให้จิตสงบ สงบคือห่างไกลจากกิเลสที่รบกวน จิตจึงเป็นสุขบริสุทธิ์ อย่างไรก็ตามความสงบของจิตเป็นเพียงส่วนลบ ซึ่งยังไม่พอ ผู้ปฏิบัติต้องส่วนบวกคือปัญญา ปัญญาทำให้เราทำประโยชน์แก่สัตว์โลก หากไม่มีปัญญาส่องสว่างอยู่เสมอ ผู้ปฏิบัติจะตกลงสู่ภูมิของพระโพธิสัตว์ไม่ได้? ต้องมีคู่กันดังปีกนกสองปีก สองล้อรถ นกมีสองปีกจึงบินได้ไกลถึงฝั่ง解脱คือนิพพาน จึงตรัส "แม้จะมีเครื่องผูกพันเท่าใด ปัญญาย่อมตัดขาดได้หมด" ปัญญาเป็นแนวทางนำผู้ปฏิบัติถึงฝั่งแห่งอิสรภาพอย่างสมบูรณ์

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 384 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?