เมื่อไม่มีปัญญา ก็ไม่มีความเพ่งพินิจ เมื่อไม่มีความเพ่งพินิจ ก็ไม่มีปัญญา ผู้ใดมีทั้งความเพ่งพินิจ และปัญญา ผู้นั้น นับว่าอยู่ใกล้นิพพาน
สมาธิย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีปัญญา ปัญญาย่อมไม่มีแก่ผู้ไม่มีสมาธิ ผู้ใดมีทั้งสมาธิและปัญญา ผู้นั้นแลอยู่ใกล้นิพพาน
คำอธิบายเชิงลึก
พระคาถานี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันวิหาร เกี่ยวกับภิกษุหมู่ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของโสณกุฏิกัณณะและมารดาของท่าน พระพุทธเจ้าทรงเน้นความสัมพันธ์ที่สำคัญยิ่งระหว่างสมาธิและปัญญา สมาธิที่ปราศจากปัญญานำไปสู่ภาวะมึนงงทื่อด้าน ส่วนปัญญาที่ปราศจากสมาธิขาดความมั่นคงที่จะหยั่งรู้ความจริง ต้องเจริญทั้งสองอย่างร่วมกัน ในประเพณีเถรวาท ศีลนำไปสู่สมาธิ สมาธินำไปสู่ปัญญา ในประเพณีมหายาน โดยเฉพาะดังที่พระสังฆราชหกฮุ่ยเหนิงตรัสไว้ในคัมภีร์แพลตฟอร์ม สมาธิและปัญญาเป็นคู่ไม่สองและเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ว่าการตีความใด ผู้ปฏิบัติที่มีทั้งสมาธิและปัญญาย่อมอยู่ใกล้นิพพาน
พระคาถาที่ 372 นี้เน้นย้ำความสัมพันธ์ที่แยกกันไม่ออกระหว่างสมาธิ (ความเพ่งพินิจ) และปัญญา สมาธิที่ปราศจากปัญญาอาจนำไปสู่ความมึนงง ในขณะที่ปัญญาที่ปราศจากสมาธิก็ขาดความมั่นคงที่จะหยั่งรู้ความจริงได้อย่างลึกซึ้ง
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่าทั้งสองสิ่งนี้ต้องเจริญควบคู่กันไป ผู้ที่ฝึกฝนทั้งสมาธิและปัญญาอย่างสมดุล ย่อมเข้าใกล้พระนิพพาน ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดในการปฏิบัติธรรม
คุณคิดว่าการฝึกสมาธิและปัญญามีความสำคัญต่อการเดินทางทางจิตวิญญาณของคุณอย่างไร?