เจริญภาวนาเถิด ภิกษุ อย่ามัวประมาท อย่าปล่อยใจเวียนวนอยู่แต่ในกามคุณ อย่าได้เผลอกลืนกินก้อนเหล็กแดง อย่าปล่อยให้ความทุกข์เผาผลาญเสียเอง แม้มัวคร่ำครวญว่า "โอ นี่ทุกข์จริงๆ"
เธอจงเจริญสมาธิเถิดภิกษุ อย่าประมาท อย่าให้ใจหมุนไปในกามคุณ อย่ากลืนลูกเหล็กร้อนที่กำลังลุกโชน เพราะความประมาท แล้วจะร้องไห้คร่ำครวญเมื่อถูกไฟไหม้ว่า 'อนิจจะ ช่างทุกข์เสียจริง'
คำอธิบายเชิงลึก
พระคาถานี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันวิหาร เกี่ยวกับภิกษุหมู่ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของโสณกุฏิกัณณะและมารดาของท่าน หลังจากโสณะบวชและพำนักใกล้พระพุทธเจ้า มารดาของท่านยังคงสงบเมื่อโจรปล้นบ้าน ฟังธรรมต่อไปโดยไม่ยึดติด หัวหน้าโจรประทับใจจึงคืนทรัพย์ทั้งหมด และหมู่โจรทั้งหมดได้บวชภายหลังภายใต้พระโสณเถระ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงคาถานี้เป็นคำเตือนที่หนักแน่นว่า ภิกษุต้องเจริญสมาธิด้วยความไม่ประมาท อย่าให้ใจหมุนไปในกามคุณ หากประมาทและหมกมุ่น ก็เหมือนกับการกลืนลูกเหล็กร้อนแดง ความทุกข์ทรมานและความเสียใจที่ตามมาย่อมทนไม่ได้ นี่คือคำเตือนที่ชัดเจนให้เจริญสติและข่มใจก่อนที่จะสายเกินไป
พระพุทธเจ้าทรงเตือนภิกษุในคาถานี้ว่า ให้เจริญสมาธิภาวนาอยู่เสมอด้วยความไม่ประมาท อย่าปล่อยใจให้หมกมุ่นอยู่กับกามคุณทั้งหลาย เพราะการทำเช่นนั้นเปรียบเหมือนการกลืนก้อนเหล็กแดงที่กำลังลุกโชน ซึ่งจะนำมาซึ่งความทุกข์ทรมานแสนสาหัสและความเสียใจในภายหลัง
คำสอนนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีสติและควบคุมจิตใจ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ที่เกิดจากการยึดติดในกามคุณ
คุณได้พิจารณาถึงผลของการปล่อยใจให้ไหลไปตามกามคุณบ้างหรือไม่?