จงตัดออกห้า ละทิ้งห้า ทำให้เจริญเติบโต อีกห้า พ้นเครื่องผูกพันห้าชนิด ภิกษุจึงได้ชื่อว่า ผู้ข้ามน้ำ
ตัดห้าอย่าง ละห้าอย่าง เจริญห้าอย่าง ภิกษุใดพ้นห่วงห้าอย่างแล้ว เรากล่าวผู้นั้นว่าข้ามพ้นห้วงน้ำแล้ว
คำอธิบายเชิงลึก
พระคาถานี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดคำสอนของพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันวิหาร เกี่ยวกับภิกษุหมู่ใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องของโสณกุฏิกัณณะและมารดาของท่าน ขณะที่โสณะจากไป โจรปล้นบ้านมารดาของท่าน แต่นางยังคงสงบ ฟังธรรมต่อไป และไม่แสดงความยึดติดในทรัพย์สิน หัวหน้าโจรประทับใจจึงคืนทรัพย์ทั้งหมด และหมู่โจรทั้งหมดได้บวชภายหลังภายใต้พระโสณเถระ พระพุทธเจ้าจึงทรงแสดงคาถานี้ ซึ่งอธิบายมรรคาของภิกษุผู้ตัดสังโยชน์เบื้องต่ำห้าประการ (ความกำหนัดในกามคุณ, ความพยาบาท, สักกายทิฏฐิ, สีลัพพตปรามาส, วิจิกิจฉา) ละสังโยชน์เบื้องสูงห้าประการ (ความกำหนัดในรูปภพ, ความกำหนัดในอรูปภพ, ความฟุ้งซ่าน, ความถือตัว, อวิชชา) เจริญอินทรีย์ห้าประการ (ศรัทธา, วิริยะ, สติ, สมาธิ, ปัญญา) และก้าวพ้นความหมกมุ่นห้าประการ (โลภะ, โทสะ, โมหะ, มานะ, มิจฉาทิฏฐิ) ภิกษุเช่นนั้นเรากล่าวว่าข้ามพ้นห้วงน้ำแห่งทุกข์ บรรลุความหลุดพ้นแล้ว
สวัสดีค่ะ TU เข้าใจว่าคุณต้องการความหมายของพระคาถา "จงตัดออกห้า ละทิ้งห้า ทำให้เจริญเติบโต อีกห้า พ้นเครื่องผูกพันห้าชนิด ภิกษุจึงได้ชื่อว่า ผู้ข้ามน้ำ"
พระคาถานี้สอนถึงแนวทางปฏิบัติของภิกษุผู้มุ่งสู่ความหลุดพ้น โดยการ:
1. **ตัดออกห้า:** คือละสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ประการ ได้แก่ ความกำหนัดในกาม, ความพยาบาท, สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่ามีตัวตน), สีลัพพตปรามาส (ความยึดมั่นในศีลและพรตที่ผิด), และวิจิกิจฉา (ความสงสัย).
2. **ละทิ้งห้า:** คือละสังโยชน์เบื้องสูง 5 ประการ ได้แก่ ความกำหนัดในรูปภพ, ความกำหนัดในอรูปภพ, ความฟุ้งซ่าน, ความถือตัว, และอวิชชา (ความไม่รู้แจ้ง).
3. **ทำให้เจริญเติบโตอีกห้า:** คือเจริญอินทรีย์ 5 ประการ ได้แก่ ศรัทธา, วิริยะ, สติ, สมาธิ, และปัญญา.
4. **พ้นเครื่องผูกพันห้าชนิด:** คือพ้นจากความหมกมุ่น 5 ประการ ได้แก่ โลภะ, โทสะ, โมหะ, มานะ, และมิจฉาทิฏฐิ.
ภิกษุผู้ปฏิบัติได้ดังนี้ จึงจะชื่อว่าเป็น "ผู้ข้ามน้ำ" คือข้ามพ้นห้วงน้ำแห่งทุกข์ทั้งปวง บรรลุถึงความหลุดพ้นได้ค่ะ
คุณรู้สึกอย่างไรกับคำสอนนี้คะ? มีส่วนไหนที่คุณอยากพิจารณาเพิ่มเติมไหม?