สิ่งที่ไม่น่ากลัว เห็นว่าน่ากลัว สิ่งที่น่ากลัว กลับเห็นว่า ไม่น่ากลัว ผู้ที่มีความเห็นผิดอย่างนี้ ย่อมไปทุคติ
กลัวสิ่งที่ไม่ควรกลัว แต่กลับไม่กลัวสิ่งที่ควรกลัว เมื่อยึดถือความเห็นผิดเช่นนั้น มนุษย์ย่อมตกไปเกิดในอบายภูมิ
คำอธิบายเชิงลึก
สองพระคาถานี้ พระพุทธเจ้าทรงแสดงที่พระเชตวันวิหาร เกี่ยวกับนักพรตนิครนถ์ในลัทธิไชนะ ซึ่งประพฤติเปลือยกาย ภิกษุเห็นนักพรตเหล่านี้จึงสนทนากันว่า ‘ดูท่านเหล่านี้แล้วน่ามองกว่าผู้เปลือยกายอเจลกะ พวกเขายังมีผ้าปิดกายบ้าง’ นักพรตตอบว่า ‘เราไม่ได้ปิดเพราะอาย แต่เพราะฝุ่นและดินมีชีวิตกลัวตกลงอาหาร’ บางภิกษุเห็นด้วย บางรูปไม่เห็นด้วย สุดท้ายทั้งหมดไปเฝ้าพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า ‘ผู้ใดละอายในสิ่งที่ไม่ควรละอาย และไม่ละอายในสิ่งที่ควรละอาย ผู้นั้นย่อมได้รับทุกข์ในภายหลัง’ พระพุทธเจ้าทรงใช้เหตุการณ์นี้เป็นหลักธรรมสอนเรื่องการละอาย การทำชั่ว และผลกรรมของความเห็นผิด
สวัสดีค่ะ
พระคาถาบทนี้หมายถึง การที่คนเรามีความเห็นผิด พากลัวในสิ่งที่ไม่ควรกล้ว เช่น กลัวการทำความดี กลัวการละกิเลส แต่กลับไม่กลัวในสิ่งที่ควรกลัว เช่น การทำบาป การยึดติดในกิเลส
จากเรื่องราวของนักพรตนิครนถ์ในลัทธิไชนะที่พระพุทธเจ้าทรงยกมาเป็นอุทาหรณ์ นักพรตเหล่านั้นกลัวว่าฝุ่นและดินมีชีวิตจะตกลงในอาหาร ซึ่งเป็นความกลัวที่ไม่สมเหตุสมผล แต่กลับไม่กลัวการกระทำที่อาจนำไปสู่ทุกข์
ผู้ที่มีความเห็นผิดเช่นนี้ ย่อมนำพาตนเองไปสู่ทุคติ หรืออบายภูมิ คือภพภูมิที่เต็มไปด้วยความทุกข์
เราได้พิจารณาความกลัวของเราอย่างถี่ถ้วนแล้วหรือยังคะ?