คำอธิบายเชิงลึก
คาถานี้พระพุทธเจ้าตรัสที่พระเวฬุวัน เกี่ยวกับหมู่สัตว์ผู้ได้รับผลอันทุกข์ทรมานเพราะอกุศลกรรม “วันหนึ่ง ขณะลงจากภูเขาพร้อมกับพระเถระลักขณะ พระโมคคัลลานะเถระได้เห็นเปรตหลายตนที่มีรูปร่างเหลือเพียงโครงกระดูกแห้ง ท่านจึงยิ้ม เมื่อถูกถามถึงเหตุที่ยิ้ม ท่านตอบเพียงว่า ‘สหายเอ๋ย อย่าถามเรื่องนี้ที่นี่เลย เมื่อไปถึงเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคแล้ว เราค่อยสนทนากัน’ ครั้นกลับถึงวิหารแล้ว พระเถระลักขณะจึงถามเรื่องนั้นอีกครั้งต่อหน้าพระพุทธเจ้า พระโมคคัลลานะตอบว่า ท่านได้เห็นเปรตที่มีร่างเหมือนโครงกระดูกแห้ง แล้วท่านยังเล่าต่อว่า ‘เมื่อข้าพเจ้าลงจากภูเขา ข้าพเจ้ายังได้เห็นสมณะรูปหนึ่งเหาะผ่านไป ร่างทั้งร่างลุกไหม้เป็นไฟ’ ต่อมาอีกหลายครั้ง พระเถระยังได้เห็นเปรตที่มีรูปร่างเหมือนสมณะ มีจีวร บาตร และประคดเอว แต่ทั้งหมดนั้นล้วนถูกไฟเผาไหม้ ด้วยเหตุนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนภิกษุทั้งหลายว่า ‘สมณะเหล่านั้น ในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า ได้ออกบวชแล้ว แต่ไม่ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์’ พระองค์ทรงชี้ให้ภิกษุทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นั้นเห็นอย่างชัดเจนถึงผลกรรมอันเจ็บปวดจากอกุศลกรรม แล้วจึงตรัสคาถานี้” ผู้สละเรือนออกบวช แม้จะครองจีวรสีเหลือง แต่หากความคิดไม่เที่ยงตรง ยังหมกมุ่นติดอยู่ในกิเลสทางโลก ยังไม่ละความประพฤติชั่ว ไม่สามารถควบคุมและฝึกจิตของตนได้ ปล่อยจิตให้ประมาทฟุ้งซ่านไปตามอารมณ์ภายนอก และสร้างอกุศลกรรมไว้มาก เช่นนี้แล้วจะหลีกพ้นจากความตกต่ำและความทุกข์ได้อย่างไร จีวรคือเครื่องนุ่งห่มแห่งความหลุดพ้น เป็นเนื้อนาบุญให้มนุษย์และเทวดาได้ถวายทาน ผู้ที่ครองจีวรนี้ย่อมแสดงปณิธานว่าจะละทิ้งทุกสิ่ง ไม่ถูกผูกมัดหรือยึดติดกับสิ่งใดอีก ด้วยเจตนาอันสูงส่งและสว่างไสว ด้วยปณิธานแห่งเมตตากรุณาอันประเสริฐ คือช่วยตนเองและช่วยผู้อื่นให้พ้นจากพันธนาการและความทุกข์ที่เกิดจากโลกียวิสัย ดังนั้น ปณิธานของผู้บวชคือการตัดราคะ ถอนความยึดติด เข้าใจถึงต้นตอของจิต และเข้าถึงธรรมอันลึกซึ้งที่พระพุทธเจ้าทรงสอน ภายในไม่เห็นว่ามีสิ่งใดที่ตนได้มาหรือบรรลุแล้วให้ยึดถือ ภายนอกก็ไม่เห็นอารมณ์ใดที่น่าใคร่ควรแสวงหา เมื่อเป็นเช่นนี้จึงสมควรครองจีวร หากตรงกันข้าม ย่อมยากที่จะพ้นจากทุกข์ในนรก เราควรพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงภาพความทุกข์แสนสาหัสของเหล่าเปรตที่พระโมคคัลลานะได้เห็นด้วยตนเองและนำมาเล่า พระพุทธเจ้าตรัสว่า ผู้ที่ออกบวชแล้วไม่ทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ จึงต้องรับผลกรรมอันน่าเวทนาเช่นนั้น จากเรื่องนี้จึงรู้ได้ว่า ความหลุดพ้นหรือแม้แต่นรก ล้วนขึ้นอยู่กับจิตของเราเองที่เป็นผู้สร้างขึ้นทั้งสิ้น
เซน AI ผู้ช่วย
ออนไลน์