สิ่งที่ควรทำไม่ทำ กลับทำสิ่งที่ไม่ควรทำ อาสวะย่อมเจริญแก่พวกเขา ผู้ถือตัวและมัวเมาประมาท
กิจที่ควรทำกลับไม่ทำ กิจที่ไม่ควรทำกลับทำ คนเหล่านั้นเป็นผู้ประมาท มักมาก อาสวะย่อมเจริญยิ่งขึ้น

คำอธิบายเชิงลึก

พระคาถาทั้งสองข้างต้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ที่ถ้ำชาดิยคูหาใกล้เมืองภัททิยะ เกี่ยวกับภิกษุชาวภัททิยะ ตามเรื่องเล่า "สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ถ้ำชาดิยคูหาใกล้เมืองภัททิยะ ภิกษุทั้งหลาย ณ ที่นั้นมีนิสัยชอบตกแต่งรองเท้าของตน ดังที่กล่าวไว้ในคัมภีร์พระเวทว่า 'ภิกษุชาวภัททิยะมีนิสัยชอบสวมรองเท้าหลากสีสันต่างๆ' พวกเขาทำเองหรือสั่งทำรองเท้าด้วยวัสดุมีค่า เบา ราคาแพง ทันสมัย เหมาะกับแฟชั่น... ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงละเลยการศึกษาเล่าเรียน ศีล สมาธิ ปัญญา ภิกษุอื่นๆ เห็นดังนั้นก็พากันขุ่นเคือง จึงเข้าไปกราบทูลพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าทรงตำหนิภิกษุพวกที่ชอบประดับตกแต่งนี้ว่า 'พวกเธอมาที่นี้ด้วยจุดประสงค์ใด บัดนี้กลับมุ่งมั่นในเรื่องไร้สาระเช่นนี้?' ด้วยเหตุดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสพระคาถาทั้งสองข้างต้น ภิกษุทั้งหลายผู้ชอบความสวยงามนี้ได้ฟังแล้วก็บรรลุอรหันต์ ที่ประชุมก็ได้ประโยชน์ด้วย" (คัดจาก รวมนิทานธรรมบท เล่ม 3, เวียนเจี่ยว, น.148) พระคาถาทั้งสองข้างต้น พระพุทธเจ้าทรงเตือนเราว่าควรระมัดระวังในการทำงาน สิ่งใดควรทำ ทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ก็ไม่ควรทำ ผู้ปฏิบัติต้องใช้ปัญญาพิจารณาตนเองและการกระทำ ข้อสำคัญที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ณ ที่นี้คือ "บุคคลผู้ประมาทเลินเล่อ อาสวะย่อมเจริญยิ่งขึ้น" เรื่องความประมาทในกายและใจ โดยเฉพาะในทางใจ พระพุทธเจ้าได้ทรงแนะนำไว้ละเอียดแล้วในหมวดว่าด้วยความไม่ประมาท (ผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจโปรดดูหมวดที่ ๒ ว่าด้วยความไม่ประมาท ในพระธรรมบท เล่ม ๑ หน้า ๓๘ โดยผู้แต่งเดียวกัน) ผู้ปฏิบัติธรรมที่ใช้ชีวิตอย่างประมาทเลินเล่อ ไม่มีศีลควบคุม ย่อมเป็นการดำเนินชีวิตที่ตกต่ำ พระพุทธเจ้าตรัสว่าคนนั้นมีชีวิตเหมือนซากศพ คือมีชีวิตอยู่แต่เหมือนตายแล้ว มิใช่ตายทางกาย แต่ตายทางศีลและจิตวิญญาณ คุณธรรมและความเป็นมนุษย์ของผู้บวชย่อมไม่มี จากนั้นอาสวะและกิเลสทั้งหลายก็เกิดขึ้นและเจริญยิ่งขึ้น ปณิธานของผู้บวชคือการพ้นจากวัฏฏสงสารทุกข์ เพื่อบรรลุมรรคผลโดยเร็ว หากเราปล่อยให้ใจประมาทเลินเล่ออยู่เช่นนั้น จะบรรลุตามที่หวังไว้ได้อย่างไร? เรื่องที่ยกมานี้ พระพุทธเจ้าทรงตำหนิภิกษุทั้งหลายที่ทำสิ่งที่ไร้สาระ สิ้นเปลืองเวลาเปล่าๆ แท้จริงผู้บวชควรตั้งใจศึกษาเล่าเรียน หมั่นปฏิบัติ มีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ จึงจะสอดคล้องกับธรรมอันนำไปสู่ความรู้แจ้งและหลุดพ้น ในทางกลับกัน ภิกษุเหล่านั้นกลับทำสิ่งที่ไม่เป็นเรื่องเป็นราว หมกมุ่นแต่ตกแต่งรองเท้าให้สวยงาม ไม่สนใจการปฏิบัติเลย เช่นนั้นแล้วจะกำจัดอาสวะให้หมดสิ้นเพื่อความรู้แจ้งหลุดพ้นได้อย่างไร? นั่นคือการทำสิ่งที่มิควรทำ ด้วยเหตุนี้ เราควรพิจารณาตนเองว่า มีพฤติกรรมเช่นเดียวกับภิกษุที่พระพุทธเจ้าทรงตำหนินั้นหรือไม่ หากมี เราควรกลับตัวกลับใจแก้ไขความผิดพลาดที่เราเคยยึดติดมาเนิ่นนาน การทำเช่นนั้นจึงจะสมกับเป็นผู้บวชศึกษาเล่าเรียนที่ถูกต้องตามธรรม อันนำไปสู่ความรู้แจ้งหลุดพ้น มิฉะนั้นแล้วเราจะหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารทุกข์ได้ยาก

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 292 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?