ผู้ที่ระงับบาปทั้งหลาย ทั้งน้อยและใหญ่ เรียกว่าเป็นสมณะ เราะเลิกละบาปได้
ผู้ใดกำจัดบาปทั้งหลาย ทั้งเล็กและน้อยได้หมดสิ้น ผู้นั้นชื่อว่าสมณะ เพราะกำจัดบาปได้ทั้งหมด
คำอธิบายเชิงลึก
พระคาถาทั้งสองนี้พระพุทธเจ้าตรัสที่วัดเชตวัน เกี่ยวกับเรื่องของพระหัตถกะ ตามเรื่องเล่า เมื่อพระหัตถกะแพ้ในการโต้แย้งแต่ละครั้ง ท่านจะกล่าวว่า "ไปกันเถอะ ยังสถานที่นั้นสถานที่นี้ ในเวลานั้นเวลานี้ จะไปยุติการโต้แย้งกัน" แล้วท่านจะไปถึงก่อนนัดหมายและกล่าวว่า "ดูเถิด พวกเดียรถีย์เหล่านั้นกลัวเราจนไม่กล้ามา ดังนั้นพวกเขาจึงแพ้" ท่านใช้วิธีนี้ทุกครั้งเมื่อกำลังจะแพ้ พระพุทธเจ้าทรงทราบว่าพระหัตถกะทำดังนั้น จึงตรัสเรียกท่านมาตรัสถามว่า "หัตถกะ เธอทำอย่างนั้นใช่ไหม?" "ใช่ พระเจ้าข้า" "ทำไมเธอจึงทำอย่างนั้น? ผู้ที่ประพฤติผิด แม้ปลงผมแล้ว ก็ยังไม่ชื่อว่าสมณะ ผู้ใดขจัดโทษทั้งหลาย ทั้งใหญ่และน้อยได้ ผู้นั้นจึงชื่อว่าเป็นสมณะโดยแท้" ด้วยเหตุดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงตรัสพระคาถาทั้งสองนี้
สวัสดีค่ะ TU ยินดีช่วยเหลือคุณในการทำความเข้าใจพระคาถานี้ค่ะ
พระคาถาบทนี้จากพระธรรมบท บทที่ 19 ข้อ 265 อธิบายว่า **ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น "สมณะ" ที่แท้จริงนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การปลงผมหรือแต่งกายแบบสมณะเท่านั้น แต่คือผู้ที่สามารถละเว้นและกำจัดบาปทั้งหลาย ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือใหญ่หลวงได้หมดสิ้น**
เรื่องราวประกอบพระคาถาเล่าถึงพระหัตถกะที่มักใช้วิธีหลีกเลี่ยงการโต้แย้งเพื่อไม่ให้ตนเองแพ้ ซึ่งไม่ใช่การปฏิบัติที่ถูกต้อง พระพุทธเจ้าจึงทรงสอนว่า การเป็นสมณะที่แท้จริงคือการขจัดกิเลสและบาปออกจากใจอย่างสิ้นเชิง
คุณคิดว่าการกำจัดบาปเล็กน้อยมีความสำคัญอย่างไรในการปฏิบัติธรรมคะ?