บุคคลไม่นับว่าผู้ทรงธรรม ด้วยเหตุเพียงพูดมาก ส่วนผู้ใด ถึงได้สดับตรับฟังน้อย แต่เห็นธรรมด้วยใจ ไม่ประมาทในธรรม ผู้นั้นแล เรียกว่า ผู้ทรงธรรม
มิใช่เพราะพูดมากจึงชื่อว่ารู้ธรรม ผู้ใดเมื่อฟังธรรมแม้เพียงเล็กน้อยแล้ว เห็นแจ้งธรรมนั้นด้วยตนเอง ไม่ประมาท ผู้นั้นแหละชื่อว่ารู้ธรรม

คำอธิบายเชิงลึก

พระคาถานี้พระพุทธเจ้าตรัสที่วัดเชตวัน เกี่ยวกับท่านผู้มีคาถาบทเดียว คือพระอรหันต์เอกุททานะ ตามเรื่องเล่า ท่านผู้มีคาถาบทเดียวอยู่ลำพังในป่าและรู้คาถาบทเดียวเท่านั้นว่า "สมณะผู้มีความคิดสูงส่ง เพียรพยายาม ปฏิบัติในความเงียบ สมณะนั้นใจสงบ常 มีสติ ไม่มีกิเลส" ทุกครั้งที่ท่านสวดคาถานี้ในวันอุโบสถ เทวดาทั้งหลายพากันสรรเสริญ วันหนึ่ง มีภิกษุสองรูปซึ่งเชี่ยวชาญคัมภีร์เป็นอย่างดี พร้อมด้วยบริวารพันรูป มาถึงที่โบสถ์ ท่านเอกุททานะดีใจมากที่เห็นภิกษุมาเป็นอันมาก จึงกล่าวว่าเทวดาจะปรบมือกึกก้องเมื่อได้ฟังธรรม แต่วันนั้นไม่มีเสียงปรบมือเลย แม้ภิกษุเหล่านี้จะแสดงพระวินัยอย่างกว้างขวางก็ตาม กำลังสงสัยกันอยู่ เพียงท่านเอกุททานะสวดคาฬาของท่านจบลงเท่านั้น เทวดาทั้งหลายก็พร้อมกันปรบมือสรรเสริญ ภิกษุทั้งหลายจึงกลับไปวัด กราบทูลพระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า 'ภิกษุทั้งหลาย เรามิได้เรียกว่ารู้พระธรรมเพราะรู้หรือสวดคัมภีร์มาก แต่ผู้ใดรู้คาถาเพียงบทเดียว เข้าใจความจริง ผู้นั้นแหละชื่อว่ารู้พระไตรปิฎก' ด้วยเหตุนั้นพระพุทธเจ้าจึงตรัสพระคาถานี้

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 259 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?