ไม่มี ไฟใด เสมอราคะ ไม่มี เคราะห์ใด เสมอโทสะ ไม่มี ข่ายดักสัตว์ใด เสมอโมหะ ไม่มี แม่น้ำใด เสมอตัณหา
ไม่มีไฟใดเสมอด้วยราคะ ไม่มีเครื่องจับยึดใดเสมอด้วยโทสะ ไม่มีข่ายใดเสมอด้วยโมหะ และไม่มีแม่น้ำใดเสมอด้วยตัณหา

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมบทนี้ ณ พระวิหารเชตวัน เกี่ยวกับอุบาสก 5 ท่านที่มาฟังธรรม แม้พระองค์จะทรงแสดงธรรมอย่างเสมอภาค แต่มีเพียงท่านเดียวที่ตั้งใจฟัง ส่วนอีก 4 ท่านถูกนิสัยจากอดีตชาติครอบงำ (งู, แมลง, นักพยากรณ์, ลิง) พระพุทธองค์จึงทรงอธิบายว่าเพราะความเคยชินจากอดีตชาติทำให้แต่ละคนมีระดับความเข้าใจต่างกัน พระองค์ทรงใช้โอกาสนี้ชี้ให้เห็นถึงอันตรายของ 'โลภะ โทสะ โมหะ' ว่า ราคะเปรียบเสมือนไฟที่เผาผลาญ โทสะเปรียบเสมือนเครื่องพันธนาการ โมหะเปรียบเสมือนข่ายที่ดักจับ และตัณหาเปรียบเสมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก คำสอนนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าความเคยชินของจิตใจและกิเลสที่สะสมมาเนิ่นนานเป็นอุปสรรคสำคัญที่บดบังปัญญา การจะรับธรรมะให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์และฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่อง

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 251 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?