คำอธิบายเชิงลึก
พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมบทนี้ ณ พระวิหารเชตวัน เกี่ยวกับพระทิสสะ ตามเนื้อเรื่อง พระทิสสะเป็นภิกษุหนุ่มผู้บวชมาจากตระกูลมั่งคั่ง ท่านได้รับผ้าเนื้อหยาบผืนหนึ่งจากโยมผู้ศรัทธา พี่สาวของท่านเห็นว่าผ้าเนื้อหยาบไม่สวยงาม จึงนำไปรื้อเส้นด้ายแล้วทอขึ้นใหม่เป็นผ้าเนื้อละเอียดที่สวยงามมาก เมื่อเย็บเป็นจีวรเสร็จแล้ว พระทิสสะชอบจีวรผืนนี้มากและตั้งใจจะห่มในวันรุ่งขึ้น แต่คืนนั้นท่านเกิดอาการอาหารไม่ย่อยและมรณภาพลงอย่างกะทันหัน ด้วยความผูกพันและมลทินแห่งความตัณหาในจีวรใหม่ ท่านจึงไปเกิดเป็นตัวเล็น (หรือเหา) อาศัยอยู่ในจีวรผืนนั้นทันที เมื่อพระภิกษุรูปอื่นเตรียมจะแบ่งจีวรของท่าน ตัวเล็นก็โกรธและวิ่งพล่านไปทั่วจีวรพร้อมร้องว่า 'พวกท่านกำลังปล้นทรัพย์ของฉัน' พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยทิพยจักษุ จึงตรัสสั่งให้ภิกษุสงฆ์เลื่อนการแบ่งจีวรออกไป 7 วัน ในวันที่เจ็ดตัวเล็นได้ตายลงและไปบังเกิดบนสวรรค์ชั้นดุสิตด้วยผลบุญเก่า ในวันที่แปดพระพุทธองค์จึงอนุญาตให้แบ่งจีวรได้ และทรงอธิบายว่าหากแบ่งจีวรตั้งแต่วันแรก ตัวเล็นจะโกรธและตกนรกทันที
เรื่องราวและพระธรรมบทนี้แสดงให้เห็นว่าความทุกข์เกิดจากอกุศลกรรมที่จิตสร้างขึ้น พระพุทธองค์ทรงอุปมาว่า 'ดุจดังสนิมที่เกิดจากเนื้อเหล็ก แล้วกลับมากัดกินเนื้อเหล็กเอง' การที่สัตว์ทั้งหลายต้องเวียนว่ายในอบายภูมิ 3 มีนรกเป็นต้น ไม่ใช่เพราะมีใครมาลงทัณฑ์ แต่เป็นเพราะอกุศลกรรมและตัณหาของตนเองนำพาไป ดุจอาชญากรที่ต้องติดคุกเพราะการกระทำของตนเอง การที่พระทิสสะต้องไปเกิดเป็นตัวเล็นเพียงเพราะจิตดวงสุดท้ายผูกพันอยู่กับจีวรใหม่ เป็นการเตือนสติอย่างยิ่งเกี่ยวกับ 'มรณาสันนกรรม' (กรรมใกล้ตาย) หากผู้ปฏิบัติธรรมไม่หมั่นเจริญวิปัสสนาปล่อยวางกิเลสและสิ่งภายนอก เมื่อถึงเวลาใกล้ตาย ความอาลัยอาวรณ์เพียงสิ่งเล็กน้อยย่อมนำจิตไปสู่ภพภูมิที่ต่ำได้ ดังนั้น การฝึกจิตให้ปล่อยวางในทุกๆ วันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนักปฏิบัติ
เซน AI ผู้ช่วย
ออนไลน์