ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีโศก ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีภัย เมื่อไม่มีความทะยานอยากเสียแล้ว โศก ภัย ก็ไม่มี
ความเศร้าโศกเกิดมาจากตัณหา ความกลัวเกิดมาจากตัณหา สำหรับผู้ที่ปราศจากตัณหาโดยสิ้นเชิงแล้ว ย่อมไม่มีความเศร้าโศก แล้วความกลัวจะมีมาจากไหน
คำอธิบายเชิงลึก
พระธรรมบทนี้พระพุทธองค์ทรงแสดงที่วัดเชตวันมหาวิหาร เกี่ยวกับพราหมณ์ชาวนาผู้หนึ่งซึ่งเดิมทีไม่เลื่อมใสในพระพุทธองค์ แต่ต่อมาได้กลายเป็นมิตรและสัญญาว่าจะแบ่งผลผลิตให้พระพุทธองค์ เมื่อพายุทำลายพืชผลจนหมดสิ้น พราหมณ์กลับทุกข์ใจเพียงเพราะตนไม่สามารถรักษาคำพูดได้ พระพุทธองค์จึงเสด็จมาปลอบโยนและแสดงธรรมว่าความเศร้าโศกและความกลัวทั้งปวงเกิดจากตัณหาความยึดติด ความทุกข์ทั้งมวลในโลกล้วนมีต้นเหตุมาจากการยึดมั่นในตัวตน พระองค์สอนว่าการขจัดกิเลสไม่ใช่การต่อสู้กดขี่ แต่เป็นการใช้ 'สติ' รับรู้เท่าทัน เมื่อเรารู้เท่าทันด้วยความเมตตาและปล่อยวาง ความโกรธหรือความทุกข์เหล่านั้นก็จะจางหายไปเอง การฝึกฝนสติอยู่กับลมหายใจและความสงบคือวิธีที่จะพาเราไปสู่ความพ้นทุกข์และไร้ความหวาดกลัวอย่างแท้จริง
สวัสดีค่ะ
พระธรรมบทนี้สอนว่า **ความเศร้าโศกและความกลัวล้วนเกิดจากความทะยานอยาก (ตัณหา)** เหมือนเรื่องของพราหมณ์ชาวนาที่ทุกข์ใจเพราะยึดติดกับคำสัญญาและผลผลิตที่เสียหายไป
เมื่อเราปราศจากความทะยานอยาก ไม่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆ ทั้งความเศร้าโศกและความกลัวก็จะไม่มีที่มา เพราะไม่มีสิ่งใดให้ยึดติดอีกต่อไป
การฝึกสติรับรู้เท่าทันความทะยานอยากด้วยความเมตตาและปล่อยวาง จะช่วยให้เราพ้นจากความทุกข์และความหวาดกลัวได้อย่างแท้จริง
คุณคิดว่าความทะยานอยากในชีวิตของคุณมีผลต่อความรู้สึกอย่างไรบ้างคะ?