คนทุศีล ก็เหมือนกับต้นไม้ ที่เถาวัลย์ขึ้นจนรก เขาทำตัวให้วอดวายเอง มิจำต้องรอให้ศัตรูมาคอยกระทำให้
เถาวัลย์รัดรึงต้นไม้ที่มันอาศัยเจริญเติบโตจนตายฉันใด ผู้ทุศีลก็ทำร้ายตนเองเหมือนอย่างที่ศัตรูปรารถนาจะทำให้ฉันนั้น

คำอธิบายเชิงลึก

พระคาถานี้ตรัสที่วัดเวฬุวัน ปรารภพระเทวทัต เมื่อภิกษุทั้งหลายสนทนากันเรื่องความชั่วร้ายของพระเทวทัตที่ร่วมมือกับพระเจ้าอชาตศัตรูเพื่อลอบปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า พระองค์ทรงอธิบายว่า อุปนิสัยที่ชั่วร้ายของพระเทวทัตไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในชาตินี้ แต่เป็นผลจากการสะสมความเคยชินหรือวาสนามาแต่อดีตชาติ ในทางจิตวิทยาพุทธศาสนา ภวังคจิตหรืออาลยวิญญาณเป็นที่เก็บสะสมเมล็ดพันธุ์แห่งกรรมทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล เมล็ดพันธุ์ใดจะงอกงามขึ้นอยู่กับการกระทำทางกาย วาจา และใจของเรา ความริษยาและมุ่งร้ายของพระเทวทัตเป็นนิสัยที่หยั่งรากลึก พระพุทธองค์ทรงเปรียบเทียบอันตรายของการผิดศีลว่าเหมือนเถาวัลย์ที่รัดต้นสาละจนยืนต้นตาย ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่พ่ายแพ้ต่อกิเลสและล่วงละเมิดศีลธรรมย่อมทำลายตนเองจากภายในและต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมาน ดังนั้น พระพุทธองค์จึงทรงสอนให้เราหมั่นเพาะปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามผ่านการปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจก่อนที่กิเลสร้ายจะหยั่งรากลึก

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 162 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?