จะมัวร่าเริง สนุกสนานกันทำไม ในเมื่อโลกกำลังลุกเป็นไฟอยู่เนืองนิตย์ พวกเธอถูกความมืดมิดปิดบังตา ไยไม่แสวงหาแสงสว่างกันเล่า
เมื่อโลกนี้ลุกเป็นไฟอยู่เป็นนิจ จะมัวหัวเราะรื่นเริงกันทำไมเล่า? เมื่อถูกความมืดมิดปกคลุมอยู่ ไฉนพวกท่านจึงไม่แสวงหาแสงสว่าง?

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระคาถานี้ ณ พระวิหารเชตวัน ปรารภสหายหญิงของนางวิสาขามหาอุบาสิกา หญิงเหล่านี้ดื่มสุราจนมึนเมาอย่างหนักในงานมหรสพ เมื่อนางวิสาขาพาพวกนางไปเฝ้าพระพุทธองค์ มารได้พยายามเข้าสิงเพื่อล้อเลียนพระพุทธองค์ แต่พระพุทธองค์ทรงใช้พุทธานุภาพทำให้พวกนางสร่างเมาและกลับมามีสติ จากนั้นจึงทรงแสดงพระคาถานี้ แม้ในสมัยพุทธกาล ผู้คนก็ยังตกหลุมพรางของกามคุณ สิ่งเสพติดทำลายความยับยั้งชั่งใจ นำไปสู่ความทุกข์และโศกนาฏกรรม พระพุทธองค์ทรงห้ามการดื่มสุราเมรัยเพราะมันทำให้จิตใจขุ่นมัวและนำไปสู่ความพินาศ ผู้คนมักแสวงหาความสุขจากการตอบสนองทางผัสสะ โดยลืมไปว่าความสุขเหล่านั้นคือต้นเหตุแห่งการทำลายล้าง ดังที่สัทธรรมปุณฑริกสูตรกล่าวไว้ว่า ภพทั้งสามเปรียบเสมือนเรือนที่ไฟกำลังลุกไหม้ แต่ด้วยความลุ่มหลง สัตว์ทั้งหลายจึงยังคงติดกับดักอยู่ในกองไฟแห่งตัณหา เพื่อที่จะหลุดพ้นจากวงจรแห่งความทุกข์อันหาที่สุดมิได้นี้ เราต้องอาศัยปัญญาในการตื่นรู้ ละทิ้งนิสัยที่เป็นโทษอย่างเด็ดขาด และแสวงหาแสงสว่างแห่งความหลุดพ้น ไม่มีผู้ใดสามารถปลดปล่อยเราได้ เราต้องแก้พันธนาการด้วยตัวเราเอง

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 146 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?