ธรรมดาม้าดี เมื่อถูกลงแส้ครั้งหนึ่ง ย่อมสำนึก (ความผิดครั้งแรก)และพยายาม(วิ่งให้เร็ว) พวกเธอก็จงทำตนเช่นนั้น อาศัยศรัทธา, ศีล, ความเพียรมสมาธิ, การวินิจฉัยธรรม, ความสมบูรณ์ด้วย ความรู้และความประพฤติม และอาศัยสติ พวกเธอจักละทุกข์ได้ไม่น้อยเลย
จงเป็นผู้มีความเพียรและมีศรัทธาอันเปี่ยมล้น ดุจม้าอาชาไนยที่ถูกแส้เตือน จงทำลายความทุกข์อันหาประมาณมิได้นี้ ด้วยศรัทธา ศีลบริสุทธิ์ ความเพียร สมาธิ การสอดส่องธรรม และความถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
คำอธิบายเชิงลึก
พระพุทธองค์ทรงอธิบายข้อปฏิบัติสำคัญเพื่อความหลุดพ้น ซึ่งสืบเนื่องจากเรื่องพระปิโลติกเถระ ดังนี้ 1. การสำนึกบาป (การลุแก่โทษ): คือการตระหนักและตั้งใจว่าจะไม่ทำผิดซ้ำอีก การสำนึกผิดที่แท้จริงต้องเกิดขึ้นที่ใจ ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมภายนอก 2. ศรัทธาที่ถูกต้อง: คือความเชื่อที่ตั้งอยู่บนกฎแห่งกรรม ไม่ใช่ความงมงาย 3. ศีลบริสุทธิ์และความเพียร: การรักษาศีลอย่างเคร่งครัดเพื่อชำระจิตใจให้สะอาด ควบคู่ไปกับความพยายามอย่างไม่ลดละ 4. สมาธิ: เป็นรากฐานของการเกิดปัญญา ศีลนำไปสู่สมาธิ และสมาธินำไปสู่ปัญญา 5. การสอดส่องธรรม (ธัมมวิจยะ): การเลือกข้อปฏิบัติที่เหมาะสมกับจริตและสติปัญญาของตน 6. ความถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ: การสั่งสมทั้งปัญญาและบุญบารมี เจริญรอยตามพระพุทธองค์เพื่อดับความทุกข์อันหาที่สุดมิได้
สวัสดีค่ะ คาถาที่ 144 จากพระธรรมบทนี้เปรียบเทียบผู้ปฏิบัติธรรมกับม้าอาชาไนยที่เมื่อถูกแส้เตือนเพียงครั้งเดียวก็สำนึกและเร่งฝีเท้า
พระพุทธองค์ทรงสอนว่า เราควรฝึกฝนตนเองให้มีศรัทธาในพระรัตนตรัย รักษาศีลให้บริสุทธิ์ มีความเพียรพยายามในการปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิให้จิตตั้งมั่น และใช้ปัญญาพิจารณาธรรม (ธัมมวิจยะ) รวมถึงการมีวิชชา (ความรู้แจ้ง) และจรณะ (ความประพฤติที่ดีงาม) ควบคู่ไปกับการมีสติระลึกรู้
การปฏิบัติเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถละความทุกข์ได้อย่างไม่น้อยเลย ดุจม้าที่สำนึกและพยายามวิ่งให้เร็วขึ้นเพื่อไปสู่จุดหมายปลายทาง
คุณรู้สึกอย่างไรกับคำสอนนี้คะ? มีส่วนไหนที่คุณอยากจะพิจารณาเพิ่มเติมไหม?