สัตบุรุษย่อมละเว้นในสิ่งทั้งปวง สัตบุรุษย่อมไม่บ่นเพ้อเพราะความอยากได้กาม บัณฑิตถูกความสุขหรือความทุกข์กระทบเข้า ย่อมไม่แสดงอาการขึ้นลง
สัตบุรุษย่อมละความยึดติดในสิ่งทั้งปวง ผู้มีศีลย่อมไม่พร่ำเพ้อถึงกามคุณ บัณฑิตเมื่อประสบกับความสุขหรือความทุกข์ ย่อมไม่แสดงอาการฟูขึ้นหรือยุบลง
คำอธิบายเชิงลึก
คาถานี้แสดงให้เห็นถึงลักษณะของสัตบุรุษและบัณฑิต สัตบุรุษย่อมละทิ้งความยึดมั่นถือมั่นในกามคุณทางโลกโดยสิ้นเชิง เพราะเข้าใจว่าตัณหาเป็นรากฐานของความทุกข์ ผู้ที่วิ่งตามหาความสุขทางกามารมณ์อยู่ตลอดเวลาย่อมไม่มีวันอิ่มเอมใจอย่างแท้จริง ความสุขที่แท้จริงเกิดจากความสันโดษและการปล่อยวางจากความปรารถนาที่มากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น บัณฑิตจะไม่หวั่นไหวไปตามความเป็นคู่ของโลก เช่น ความฟูขึ้นหรือยุบลง ความสุขหรือความทุกข์ พวกเขาเข้าใจถึงธรรมชาติของความผันผวนในโลกนี้ว่าล้วนไม่เที่ยงและเป็นภาพลวงตา แทนที่จะมัวกังวลกับได้และเสีย พวกเขาดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะด้วยความมีสติ และคงความสงบไม่หวั่นไหวต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ
สวัสดีค่ะ คาถาที่ 83 จากบทบัณฑิตในพระธรรมบทนี้กล่าวถึงลักษณะของสัตบุรุษและบัณฑิตค่ะ
สัตบุรุษคือผู้ที่ละความยึดติดในสิ่งทั้งปวง ไม่พร่ำเพ้อถึงกามคุณ เพราะเข้าใจว่าตัณหาเป็นรากฐานของความทุกข์ ส่วนบัณฑิตนั้น เมื่อประสบกับความสุขหรือความทุกข์ ย่อมไม่แสดงอาการฟูขึ้นหรือยุบลง ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพราะเข้าใจถึงธรรมชาติของความไม่เที่ยงแท้ของโลก พวกเขาดำรงอยู่ในปัจจุบันขณะด้วยสติและคงความสงบไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นค่ะ
คุณรู้สึกอย่างไรกับแนวคิดเรื่องการไม่หวั่นไหวต่อสุขและทุกข์คะ?