มิใช่เพราะมุ่นชฏา มิใช่เพราะโคตร มิใช่เพราะกำเนิด (ที่ดี) ที่ทำคนให้เป็นพราหมณ์ ใครก็ตามมีสัจจะและทรงธรรม ย่อมจะบริสุทธิ์ล้ำและเป็นพราหมณ์
มิใช่เพราะมุ่นผม มิใช่เพราะตระกูล มิใช่เพราะชาติตระกูลจึงจะชื่อว่าพราหมณ์ แต่ผู้ใดรู้แจ้งความจริง ตรัสรู้ธรรมอันประเสริฐ ผู้นั้นเป็นพราหมณ์ผู้บริสุทธิ์

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธภาษิตนี้ตรัส ณ พระเชตวันวิหาร เกี่ยวกับพราหมณ์ผู้มุ่นผม "เรื่องเล่าว่า พราหมณ์คนหนึ่งคิด 'เราเป็นผู้เกิดในตระกูลพราหมณ์โดยแท้ สมณะโคดมมักเรียกลูกศิษย์ว่าพราหมณ์ เราก็น่าจะได้ชื่อนั้น' คิดดังนั้นแล้วจึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้าและกล่าวเรื่องนั้น พระพุทธองค์ตรัสว่า 'ดูกรพราหมณ์ เราไม่เรียกใครว่าพราหมณ์เพราะเหตุที่มุ่นผม เพราะเหตุสกุล หรือเพราะเหตุชาติกำเนิด เราย่อมเรียกผู้ที่ตรัสรู้แจ้งความจริงว่าพราหมณ์' (คัดจาก คัมภีร์ธัมมปทัฏฐกถา เล่ม ๓ หน้า ๓๓๘) การปฏิบัติธรรมที่ยังให้ความสำคัญกับรูปแบบ พิธีกรรม ชาติกำเนิด ตำแหน่ง ฐานะ ฯลฯ เกินไป ยังไม่ควรเรียกว่าผู้ปฏิบัติชอบ รูปแบบพิธีกรรม...แม้จะสำคัญในด้านการชักจูง แต่ทั้งหมดเป็นเพียงอุบาย อาศัยอุบายเพื่อบรรลุจุดหมายปลายทาง นั่นคือผู้รู้จักปฏิบัติธรรมอย่างชาญฉลาด ในทางกลับกัน หากเรายึดมั่นจมอยู่ในตัวอุบาย แม้อุบายจะดีงามเพียงใด ก็เป็นเพียงคนจมน้ำตายในแม่น้ำอุบายเท่านั้น เราควรระลึกว่าพระพุทธศาสนาสอนว่าสิ่งที่ปรากฏและหลักการต้องกลมกลืนกัน เรื่องข้างต้น พระพุทธองค์ทรงชี้แจงไว้ชัดเจน สำหรับผู้ใดอาศัยพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ค้นคว้าเข้าถึงความจริงลึกซึ้ง มีชีวิตที่มีความสุขสงบที่แท้จริง ผู้นั้นแม้จะอยู่ในวรรณะใดก็เรียกว่าผู้ปฏิบัติจริงตามคาถาข้างต้น พระพุทธองค์ตรัสเรียกผู้นั้นว่าพราหมณ์ ดังนั้นโดยเนื้อแท้ พราหมณ์ต้องตรัสรู้แจ้งความจริง ความจริงอันประเสริฐสี่ประการที่นำมนุษย์จากฐานปุถุชนสู่พระอริยบุคคลคือ อริยสัจสี่ ซึ่งเป็นความจริงมีอยู่ในชีวิตเราทุกคน ในคาถาข้างต้น พระพุทธองค์ทรงตักเตือนเราอย่าได้หลงติดรูปแบบ จนลืมเนื้อหาที่แท้จริงคือการตรัสรู้และพ้นทุกข์"

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 393 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?