มัสยาถูกเขาจับโยนไปบนบก ย่อมดิ้นรน เพื่อจะกลับไปยังแหล่งน้ำที่เคยอาศัย จิตใจเราก็เช่นเดียวกัน ดิ้นรนไปหากามคุณ เพราะฉะนั้น จึงควรละเว้นกามคุณเสีย
ปลาที่ถูกจับขึ้นจากน้ำ โยนไปบนบก ย่อมดิ้นรนฉันใด จิตนี้ก็ย่อมดิ้นรนฉันนั้น ดังนั้น บุคคลจึงควรละทิ้งเขตแดนของมาร
คำอธิบายเชิงลึก
พระพุทธองค์ทรงให้ภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนว่า การถูกหลอกด้วยจิตของตนเองนั้นง่ายดายเพียงใด เมื่อผู้ปฏิบัติยังไม่สามารถฝึกจิตหรือควบคุมอินทรีย์ทั้งหกได้ การสัมผัสกับโลกภายนอกย่อมทำให้จิตกระสับกระส่าย เปรียบเหมือนการโยนปลาขึ้นไปบนบกที่แห้งแล้ง มันจะไม่ดิ้นทุรนทุรายได้อย่างไร? ปลาต้องอาศัยน้ำเพื่อดำรงชีวิต หากถูกโยนลงบนพื้นดินแห้ง มันย่อมต้องตาย ในทำนองเดียวกัน หากผู้ปฏิบัติไม่สามารถควบคุมจิตของตนได้ พวกเขาก็ไม่อาจหนีพ้นจากการรังควานของมาร (กิเลสเครื่องร้อยรัด) ได้ ดังนั้น เพื่อให้พ้นจากเขตแดนของมาร จะต้องใช้ "ลูกศรแห่งปัญญา" และ "คันธนูแห่งสมาธิ" มิฉะนั้น พวกเขาจะต้องสูญสิ้นชีวิตทางจิตวิญญาณ เฉกเช่นปลาที่กำลังจะตายดิ้นทุรนทุรายอยู่บนชายฝั่ง
สวัสดีค่ะ
พระพุทธองค์ทรงเปรียบจิตที่ยังไม่ได้รับการฝึกฝนเหมือนปลาที่ถูกโยนขึ้นบก ย่อมดิ้นรนทุรนทุรายเพื่อกลับสู่แหล่งน้ำที่เคยอาศัย จิตของเราก็เช่นกัน ย่อมดิ้นรนไปหากามคุณ อันเป็นบ่อเกิดแห่งความทุกข์
การที่จิตดิ้นรนไปหากามคุณนั้น เพราะยังไม่สามารถควบคุมอินทรีย์ทั้งหกได้ ทำให้จิตกระสับกระส่ายเมื่อสัมผัสกับโลกภายนอก เปรียบได้กับการที่ปลาต้องอาศัยน้ำเพื่อดำรงชีวิต หากถูกโยนขึ้นบกก็ย่อมต้องตาย
ดังนั้น เพื่อให้พ้นจากเขตแดนของมาร (กิเลส) เราจึงควรละเว้นกามคุณ และใช้ปัญญาเป็นลูกศร และสมาธิเป็นคันธนู เพื่อควบคุมจิตและหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง
คุณเห็นว่าจิตของคุณดิ้นรนไปหากามคุณในลักษณะใดบ้างคะ?