คำอธิบายเชิงลึก
พระคาถานี้พระพุทธเจ้าตรัสที่วัดเชตวัน เกี่ยวกับพระโปถิลเถระ ตามเรื่องเล่า พระโปถิลเถระเป็นผู้แตกฉานในพระไตรปิฎกมาตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าทั้งเจ็ดพระองค์ และเป็นพระอุปัชฌาย์สั่งสอนภิกษุห้าร้อยรูป แม้เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่อาสวะของท่านยังไม่หมดสิ้น ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงทรงเรียกท่านว่า "โปถิละเปล่า" เพื่อเร่งให้ท่านหมดอาสวะโดยเร็ว ท่านได้ยินดังนั้นก็คิดว่า เหตุใดพระพุทธเจ้าจึงทรงเรียกเราอย่างนั้น ทั้งที่ทรงทราบดีว่าเราแตกฉานในไตรปิฎกและเป็นพระอุปัชฌาย์ แล้วเหตุใดจึงเรียกเราว่าเปล่า คงเป็นเพราะเรายังไม่ได้เจริญสมาธิแน่ ท่านจึงตัดสินใจเข้าไปในป่าเพื่อเจริญสมาธิ เมื่อเข้าไปในป่า ท่านไปขอฝึกฝนจากภิกษุทุกรูป แต่ภิกษุเหล่านั้นปฏิเสธเพราะรู้ว่าท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ปัจจุบัน สุดท้ายท่านต้องถ่อมตัวไปขอเรียนกับสามเณรอายุเจ็ดขวบ สามเณรปฏิเสธ ท่านอดทนอ้อนวอนจนในที่สุดสามเณรจึงสั่งให้ท่านกระโดดลงสระทั้งจีวร อย่าถอด แล้วขึ้นมาเฝ้า สามเณรจึงกล่าวว่า สมมติมีตุ๊กแกเข้าไปในถ้ำที่มีหกช่อง การจะจับมันต้องปิดเสียห้าช่อง เหลือไว้ช่องเดียว ก็จะจับตุ๊กแกได้ เช่นเดียวกัน ท่านจงปิดอินทรีย์ห้าประการ แล้วจดจ่ออยู่ที่มโนทวาร แล้วท่านจะบรรลุตามที่ปรารถนาแน่นอน พระโปถิละทรงปัญญา ได้ตรัสรู้ตามที่สามเณรชี้ บ่มิได้รั้งรอ ท่านก็เพ่งพิจารณาร่างกายเริ่มเจริญสมาธิ พระพุทธเจ้าทรงรู้ว่าท่านจะได้เป็นบัณฑิตใหญ่บรรลุอรหันต์ ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างออกไปหนึ่งร้อยยี่สิบโยชน์ จึงทรงเนรมิตพระองค์ไปปรากฏต่อหน้าพระโปถิละ ตรัสพระคาถานี้
เซน AI ผู้ช่วย
ออนไลน์