เมื่อใดบัณฑิตกำจัดความประมาทด้วยความไม่ประมาท เมื่อนั้นเขานับว่าได้ขึ้นสู่"ปราสาทคือปัญญา" ไร้ความเศร้าโศก สามารถมองเห็นประชาชน ผู้โง่เขลา ผู้ยังต้องเศร้าโศกอยู่ เหมือนคนยืนบนยอดภูเขา มองลงมาเห็นฝูงชนที่ยืนอยู่บนพื้นดิน ฉะนั้น
บุคคลผู้อยู่บนยอดเขาย่อมมองเห็นชนผู้อยู่บนพื้นดินฉันใด เมื่อบัณฑิตละทิ้งความประมาทด้วยความไม่ประมาท และก้าวขึ้นสู่ปราสาทแห่งปัญญา พระอริยเจ้าผู้ไร้ความโศกย่อมมองเห็นหมู่ชนผู้โศกเศร้าและเขลาฉันนั้น

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธองค์ทรงแยกแยะอย่างชัดเจนระหว่างผู้ที่ตื่นรู้แล้วกับผู้ที่ยังคงหลงผิด การตื่นรู้หมายถึงการก้าวผ่านม่านหมอกแห่งความหลง เพื่อที่จะยุติความหลงใหล ต้องกำจัดความประมาท ตราบใดที่ยังมีความประมาท วงจรแห่งการเกิดและการตายก็จะดำเนินต่อไป เพราะจิตที่ประมาทคือต้นตอของการสร้างกรรม เมื่อหมอกจางหาย ท้องฟ้าก็สว่างไสว ผู้ตื่นรู้ย่อมมองกลับมายังผู้ที่ยังหลงทางด้วยความเมตตาและสงสารอย่างแท้จริง เปรียบเสมือนพระอริยเจ้าที่ก้าวขึ้นสู่หอคอยแห่งปัญญาอันสูงส่ง มองลงมาเห็นฝูงชนที่โง่เขลาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความกังวล เช่นเดียวกับคนที่อยู่บนยอดเขามองลงมาเห็นสิ่งมีชีวิตบนพื้นดิน ความหวังก็คือทุกคนจะไปถึงจุดสูงสุดแห่งปัญญาและดำรงอยู่อย่างสงบสุขบนเกาะแห่งความร่มเย็น เมื่อจิตใจสงบ โลกก็จะสงบ หากไม่เป็นเช่นนั้น ชีวิตของเราก็เปรียบเสมือนนักเดินทางที่เหนื่อยล้า รอนแรมไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดท่ามกลางพายุแห่งความทุกข์ทางโลก เราควรถามตัวเองว่า: "ฉันอยากจะร่อนเร่ตลอดไป หรืออยากจะกลับสู่บ้านที่แท้จริงทางจิตวิญญาณของฉัน?" หากปรารถนาที่จะกลับคืน จงหันกลับมาเสียแต่บัดนี้!

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 28 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?