ผู้ที่เพ่งแต่โทษคนอื่น คอยจับผิดอยู่ตลอดเวลา เขาย่อมหนาด้วยกิเลสอาสวะ ไม่มีทางเลิกละมันได้
ผู้ใดคอยจ้องมองหาแต่ความผิดของผู้อื่น และเป็นผู้ที่คอยเพ่งโทษอยู่เสมอ กิเลสเครื่องเศร้าหมองของผู้นั้นย่อมเจริญขึ้น ผู้นั้นย่อมอยู่ห่างไกลจากความสิ้นไปแห่งกิเลส

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมบทนี้ ณ พระวิหารเชตวัน เกี่ยวกับพระภิกษุชื่อ 'อุทฌานสัญญี' ผู้มีนิสัยชอบเที่ยวเพ่งโทษและวิจารณ์ความประพฤติของภิกษุรูปอื่นอยู่เสมอ เมื่อพระภิกษุรูปอื่นกราบทูลพระพุทธองค์ พระองค์จึงทรงสอนว่าผู้ที่คอยจับผิดแต่เรื่องของคนอื่น ย่อมเป็นการเพิ่มกิเลสให้แก่ตนเอง เพราะความเพ่งโทษเป็นอุปสรรคต่อการฝึกสติและปัญญา พระพุทธองค์ทรงเตือนว่านิสัยนี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความโกรธเคืองและทำลายความสงบทางจิตใจของตนเองเท่านั้น แต่ยังทำให้ห่างไกลจากหนทางแห่งการหลุดพ้นอีกด้วย การปฏิบัติธรรมที่แท้จริงคือการหันกลับมาตรวจสอบความบกพร่องของตนเองผ่าน 'ศีล สมาธิ ปัญญา' การจับผิดผู้อื่นเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับวิถีของผู้แสวงหาความสงบ พระธรรมบทนี้จึงเป็นเครื่องเตือนสติให้เรามุ่งเน้นการขัดเกลาจิตใจตนเองมากกว่าการไปตัดสินผู้อื่น

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 253 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?