ประชาชนย่อมให้ทานตามศรัทธา ใครคิดอิจฉาในข้าวและน้ำของคนอื่น เขาย่อมไม่ได้รับความสงบใจ ไม่ว่ากลางวัน หรือ กลางคืน
คนทั้งหลายให้ทานตามความศรัทธาและความเลื่อมใส หากผู้ใดมีความไม่พอใจในอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้อื่นได้รับ ผู้นั้นย่อมไม่ได้สมาธิทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
คำอธิบายเชิงลึก
พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมบทนี้ ณ พระวิหารเชตวัน เกี่ยวกับสามเณรชื่อติสสะ ผู้มีนิสัยชอบวิพากษ์วิจารณ์อาหารที่สาธุชนนำมาถวายแก่พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ อีกทั้งยังชอบอวดอ้างชาติกำเนิดของตนเองอย่างผิดๆ เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเขาเป็นเพียงบุตรของคนเฝ้าประตู พระพุทธองค์ทรงชี้แจงว่าติสสะเคยมีความประพฤติเช่นนี้มาตั้งแต่อดีตชาติ พระองค์ทรงสอนว่าผู้ใดที่เกิดความอิจฉาริษยาหรือไม่พอใจในลาภสักการะที่ผู้อื่นได้รับ ผู้นั้นย่อมไม่สามารถทำใจให้ตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ พระธรรมบทนี้สอนเรื่องการฝึกจิตให้เกิด 'มุทิตา' คือความยินดีในความดีและความสำเร็จของผู้อื่น การละทิ้งความอิจฉาและหันมาอนุโมทนาในบุญกุศลของผู้อื่น คือหนทางที่ผู้ปฏิบัติจะช่วยชำระจิตใจให้บริสุทธิ์และได้รับอานิสงส์แห่งความดีนั้นไปพร้อมกัน
สวัสดีค่ะ คาถาธรรมบทที่ 249 นี้สอนเราว่า ผู้คนถวายทานตามศรัทธาของตน หากใครมีความอิจฉาริษยาในสิ่งที่ผู้อื่นได้รับ เช่น อาหารและน้ำดื่ม ผู้นั้นจะไม่มีความสงบใจเลย ทั้งกลางวันและกลางคืน
พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมบทนี้เพื่อเตือนสติให้เราเห็นถึงโทษของการอิจฉาริษยา การที่จิตใจผูกพันอยู่กับความไม่พอใจในลาภสักการะของผู้อื่น จะทำให้จิตไม่สงบ ไม่สามารถตั้งมั่นเป็นสมาธิได้ การฝึกเจริญเมตตาและมุทิตา คือการยินดีในความดีและความสำเร็จของผู้อื่น จะช่วยชำระจิตใจให้บริสุทธิ์และนำมาซึ่งความสงบสุขค่ะ
คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ยินเรื่องนี้คะ?