ผู้บูชาท่านที่ควรบูชา คือพระพุทธเจ้า หรือสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ล่วงพ้นกิเลสเครื่องขวางกั้น หมดโศกหมดปรเทวนา สงบระงับ ปลอดภัยโดยประการทั้งปวง ใครๆไม่สามารถจะคำนวณบุญของบุคคลผู้นี้ว่า "เขาได้บุญประมาณเท่านี้"
ผู้ใดบูชาท่านที่ควรบูชา คือพระพุทธเจ้าหรือพระสาวกทั้งหลาย ผู้ก้าวล่วงวิสัยแห่งเครื่องกีดขวาง และล่วงพ้นความเศร้าโศกเสียใจไปแล้ว การบูชาท่านผู้มีความสงบและปราศจากความกลัวเช่นนี้ อานิสงส์ของผู้นั้นย่อมไม่มีใครสามารถคำนวณวัดได้
คำอธิบายเชิงลึก
พระคาถาบทที่ 196 นี้ต่อเนื่องจากบทก่อนหน้า เพื่อย้ำถึงอานิสงส์อันหาประมาณมิได้ที่เกิดจากการเคารพบูชาท่านผู้บรรลุถึงความหลุดพ้น พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า การเคารพพระพุทธเจ้าและพระสาวกผู้เป็นอริยบุคคล—เหล่าผู้ก้าวข้ามวัฏฏะแห่งอวิชชาและความยึดมั่นถือมั่น—เปรียบเสมือนการนำตนเองเข้าสู่กระแสแห่งคุณงามความดีขั้นสูงสุด อานิสงส์นี้ไม่ใช่เพียงการสะสมบุญในเชิงปริมาณ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงคุณภาพของจิตใจให้สูงขึ้น การหมั่นฝึกตนให้มีความเคารพในท่านผู้ตื่นรู้จะนำมาซึ่งความอ่อนน้อมและปัญญา อันจะนำพาสู่ความสงบเย็นและการหลุดพ้นจากความเศร้าโศกในที่สุด
พระคาถาบทที่ 196 นี้กล่าวถึงอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ของการบูชาพระพุทธเจ้าและพระสาวกผู้เป็นอริยบุคคล ซึ่งเป็นผู้ที่ก้าวข้ามกิเลสเครื่องขวางกั้นทั้งปวง พ้นจากความโศกเศร้าและความเสียใจ มีจิตใจสงบระงับและปลอดภัยโดยสิ้นเชิง
การบูชาบุคคลผู้บริสุทธิ์เหล่านี้ไม่ใช่เพียงการสะสมบุญในเชิงปริมาณ แต่เป็นการยกระดับจิตใจให้สูงขึ้น นำมาซึ่งความอ่อนน้อม ปัญญา และความสงบเย็น ซึ่งจะนำไปสู่การหลุดพ้นจากความทุกข์ในที่สุด อานิสงส์ที่เกิดขึ้นจากการบูชาท่านผู้ตื่นรู้นั้นยิ่งใหญ่จนไม่สามารถประมาณค่าได้
คุณรู้สึกอย่างไรเมื่อได้พิจารณาถึงอานิสงส์ของการบูชาผู้บริสุทธิ์?