แน่นอน คนตระหนี่ไม่มีโอกาสไปเทวโลก แน่นอน คนโง่ ไม่สรรเสริญการให้ แต่คนฉลาด ยินดีให้ทาน นี่แลที่บันดาลให้เขาได้รับสุขในปรภพ
แท้จริง คนตระหนี่ย่อมไม่ไปสู่สวรรค์ คนเขลาย่อมไม่สรรเสริญการให้ทาน แต่บัณฑิตย่อมยินดีในการให้ และด้วยเหตุนั้นเองที่ทำให้เขาเป็นผู้มีความสุขในภายภาคหน้า
คำอธิบายเชิงลึก
เรื่องราวนี้เกิดขึ้นที่วัดพระเชตวันเกี่ยวกับการถวายทานอันสูงสุด พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงนิมนต์พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์เพื่อถวายภัตตาหาร โดยทรงปรารถนาจะถวายให้ยิ่งใหญ่กว่าประชาชน ในบรรดาอำมาตย์ มีกาลอำมาตย์ผู้มีความตระหนี่ไม่พอใจในค่าใช้จ่าย ส่วนจุนหอำมาตย์มีความปิติยินดี พระพุทธองค์ทรงทราบถึงความตระหนี่ของกาลอำมาตย์ จึงไม่ทรงอนุโมทนาในทานอันยิ่งใหญ่ของพระราชา เพราะทรงทราบว่าคำสรรเสริญนั้นจะทำให้กาลอำมาตย์เกิดความอิจฉาริษยาและโทสะจนถึงแก่ความตายได้ พระพุทธองค์จึงทรงแสดงธรรมเพียงสั้นๆ เกี่ยวกับโทษของความตระหนี่และคุณค่าของมุทิตาจิต เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคุณค่าของทานไม่ได้อยู่ที่จำนวนทรัพย์ แต่อยู่ที่ความบริสุทธิ์ของจิตใจ ผู้ที่มีใจตระหนี่และไม่ชอบใจในบุญของผู้อื่นย่อมได้รับความทุกข์ ส่วนผู้มีปัญญาจะอนุโมทนาบุญและได้รับความสุขในอนาคต
สวัสดีค่ะ TU ยินดีช่วยเหลือค่ะ
พระคาถาบทนี้จากพระธรรมบท บทที่ 177 สอนว่า คนตระหนี่และคนเขลาที่ไม่เห็นคุณค่าของการให้ทาน จะไม่ได้รับผลบุญที่นำไปสู่ความสุขในภพหน้า ตรงกันข้าม บัณฑิตผู้มีปัญญาย่อมยินดีในการให้ทาน และด้วยการให้นี้เองที่นำมาซึ่งความสุขในภายภาคหน้า
เรื่องราวประกอบแสดงให้เห็นว่า คุณค่าของการให้ทานไม่ได้อยู่ที่จำนวนทรัพย์ แต่อยู่ที่ความบริสุทธิ์ของจิตใจ ผู้ที่ตระหนี่และอิจฉาในบุญของผู้อื่นย่อมได้รับความทุกข์ ส่วนผู้มีปัญญาจะอนุโมทนาบุญและได้รับความสุขในอนาคต
คุณคิดว่าการให้ทานในชีวิตประจำวันของคุณมีความหมายอย่างไรบ้างคะ?