คนพาล ถึงจะบำเพ็ญตบะ โดยเอาปลายหญ้าคาจิ้มอาหารกิน ทุกเดืน การปฏิบัติของเขาไม่เท่าหนึ่งในสิบหกส่วน ของการปฏิบัติของท่านผู้บรรลุธรรม
คนพาลพึงเอาปลายหญ้าคากระทบกินอาหารทุกเดือนๆ การกระทำของคนพาลนั้น ก็ไม่ถึงเสี้ยวที่ 16 ของผู้มีปัญญาผู้พิจารณาธรรมอันแท้จริง
คำอธิบายเชิงลึก
สำหรับผู้ไร้ปัญญา การปฏิบัติโยคะหรือการบำเพ็ญตบะอย่างสุดโต่งด้วยการทรมานร่างกาย เช่น การใช้ปลายหญ้าคาแตะกินอาหารเพียงเล็กน้อยในแต่ละเดือน ย่อมไม่นำมาซึ่งประโยชน์ทางจิตวิญญาณที่แท้จริง แม้ว่าการสำรวมและลดความยึดติดในอาหารจะเป็นสิ่งที่ดี แต่การทรมานทางกายจนเกินไปนับเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ พระพุทธองค์เองก็ทรงเคยผ่านการบำเพ็ญทุกกรกิริยาอย่างเข้มงวดถึง 6 ปี และในที่สุดก็ทรงละทิ้งหนทางนั้นเพราะทรงตระหนักว่าร่างกายที่ทรมานจนทรุดโทรมย่อมเป็นอุปสรรคต่อการฝึกจิต จิตใจที่ผ่องใสจำเป็นต้องอาศัยร่างกายที่แข็งแรงพอดี การบำเพ็ญตบะสุดโต่งและการมัวเมาในกามคุณจึงเป็นสิ่งอันควรเว้น และหันมาดำเนินตาม 'ทางสายกลาง' (มัชฌิมาปฏิปทา) สิ่งสำคัญคือการใช้ปัญญาพิจารณาพระธรรม โดยเฉพาะ 'อริยสัจ 4' การทรมานกายภายนอกไม่มีคุณค่าใดเลยเมื่อเทียบกับปัญญาที่เกิดจากการพิจารณาธรรมอย่างถูกต้อง
สวัสดีค่ะ TU เข้าใจว่าคุณกำลังสนใจความหมายของพระคาถาในพระธรรมบท บทที่ 5 ข้อ 70 นะคะ
พระคาถานี้ชี้ให้เห็นว่า แม้คนพาลจะบำเพ็ญตบะด้วยการทรมานร่างกายอย่างสุดโต่ง เช่น การกินอาหารเพียงน้อยนิดด้วยปลายหญ้าคาในแต่ละเดือน การกระทำเหล่านั้นก็ไม่มีคุณค่าทางจิตวิญญาณที่แท้จริงเลย เมื่อเทียบกับการปฏิบัติของผู้มีปัญญาที่พิจารณาธรรมอย่างถูกต้อง
พระพุทธองค์ทรงสอนให้เดินตามทางสายกลาง ไม่สุดโต่งไปทางทรมานกาย หรือมัวเมาในกามคุณ สิ่งสำคัญคือการใช้ปัญญาพิจารณาพระธรรม โดยเฉพาะอริยสัจ 4 การทรมานกายภายนอกไม่สามารถนำไปสู่การบรรลุธรรมได้เท่ากับการฝึกจิตและปัญญาที่แท้จริงค่ะ
คุณรู้สึกอย่างไรกับแนวคิดเรื่อง "ทางสายกลาง" นี้คะ?