ถ้ายังเบียดเบียนสัตว์อยู่ บุคคลไม่นับว่า เป็นอารยชน เพราะไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง เขาจึงได้ชื่อว่า อารยชน
ยังฆ่าสัตว์อยู่ ยังไม่ควรเรียกว่าผู้ประเสริฐ ไม่ฆ่าสัตว์ จึงเรียกว่าผู้ประเสริฐ

คำอธิบายเชิงลึก

พระคาถานี้พระพุทธเจ้าตรัสที่วัดเชตวัน เกี่ยวกับชาวประมงชื่อว่าเกากุย (ผู้สูงศักดิ์) "วันหนึ่ง พระพุทธเจ้าทรงเห็นว่าชาวประมงนี้มีอุปนิสัยที่จะบรรลุธรรมได้ ดังนั้นหลังจากบิณฑบาตใกล้ประตูเมืองด้านเหนือของเมืองสาวัตถีแล้ว พระองค์และหมู่สงฆ์เสด็จผ่านสถานที่ซึ่งคนนั้นอยู่ พอดีขณะนั้นชาวประมงกำลังตกปลา เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าและพระภิกษุ เกากุยก็ทิ้งเบ็ดตกปลาแล้วยืนนิ่ง พระผู้มีพระภาคประทับยืนไม่ไกลนัก ทรงหันไปตรัสถามพระสารีบุตรและท่านอื่น ๆ ว่า 'ท่านชื่ออะไร?' 'ข้าพระองค์ชื่อสารีบุตร พระเจ้าข้า' 'ข้าพระองค์ชื่อโมคคัลลานะ พระเจ้าข้า' ชาวประมงคิดในใจว่า 'พระพุทธเจ้าตรัสถามชื่อทุกคน แน่นอนจะต้องถามชื่อเราด้วย' พระพุทธเจ้าทรงทราบความคิด จึงหันไปตรัสถามว่า 'อุบาสก ท่านชื่ออะไร?' 'พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ชื่อเกากุย' พระพุทธเจ้าตรัสว่า 'อุบาสก ผู้แย่งชิงชีวิตผู้อื่นไม่อาจเรียกว่า 'ผู้สูงศักดิ์' ได้ ผู้สูงศักดิ์คือผู้ไม่เบียดเบียนใครเลย' ด้วยเหตุดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงตรัสพระคาถานี้" (คัดจาก รวมนิทานธรรมบท เล่ม 3, เวียนเจี่ยว, น.98)

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 270 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?