บัณฑิตรู้ข้อแตกต่าง ระหว่างความประมาทกับความไม่ประมาท จึงยินดีในความไม่ประมาท อันเป็นแนวทางของพระอริยะ
บัณฑิตเมื่อเข้าใจความประเสริฐของความไม่ประมาทนี้อย่างแจ่มแจ้ง ย่อมรื่นเริงในความไม่ประมาท และเพลิดเพลินในธรรมอันเป็นที่มายินดีของพระอริยเจ้า
คำอธิบายเชิงลึก
พระพุทธองค์ทรงสนับสนุนให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีปัญญา บัณฑิตคือผู้ที่มีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต มั่นคงในศีลธรรม มากกว่าที่จะตกเป็นทาสของกามคุณ พวกเขาใช้ชีวิตด้วยสติที่ต่อเนื่อง ตระหนักรู้อย่างลึกซึ้งว่าตนเองคือใครและกำลังทำอะไรในทุกขณะ สภาวะแห่ง "การรู้ตัว" ที่แจ่มชัดและต่อเนื่องนี้คือปัญญาที่แท้จริง นี่คือวิถีชีวิตของผู้หลุดพ้น ซึ่งแม้จะเกี่ยวข้องกับโลกแต่ก็ยังคงรักษาจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวระหว่างปุถุชนและพระอริยเจ้า (ผู้ประเสริฐ) อยู่ที่ความหลงใหลกับความรู้แจ้ง ทั้งสองล้วนเป็นมนุษย์ แต่คนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างประมาทตามแรงตัณหา ในขณะที่อีกคนหนึ่งใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ตื่นรู้เต็มที่ในปัจจุบันขณะ
TU ขออธิบายความหมายของคาถาที่ 22 จากพระธรรมบท บทที่ 2 ว่าด้วยความไม่ประมาท ดังนี้:
บัณฑิตคือผู้มีปัญญา เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างการใช้ชีวิตอย่างประมาท (ปล่อยใจไปตามกิเลส) กับการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท (มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ) ด้วยเหตุนี้ บัณฑิตจึงยินดีและเพลิดเพลินในการใช้ชีวิตอย่างไม่ประมาท ซึ่งเป็นวิถีทางที่พระอริยเจ้าทั้งหลายดำเนินไป
การไม่ประมาทคือการมีสติรู้ตัวในทุกขณะ ตระหนักว่าตนเองเป็นใครและกำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งเป็นปัญญาที่แท้จริงและเป็นหนทางสู่ความหลุดพ้น แม้จะอยู่ในโลกแต่จิตใจก็ยังคงบริสุทธิ์ผุดผ่อง
คุณคิดว่าการมีสติรู้ตัวในชีวิตประจำวันจะช่วยให้คุณเป็นบัณฑิตได้อย่างไร?