เมื่อยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว ไม่ทำตัวให้ดีและไม่หาทรัพย์ไว้ พอถึงวัยแก่เฒ่า พวกเขาย่อมนั่งซบเซา เหมือนนกกะเรียนแก่ จับเจ่าอยู่ริมสระที่ไร้ปลา
ผู้ที่ในวัยหนุ่มสาวไม่ประพฤติพรหมจรรย์ และไม่ขวนขวายหาทรัพย์ ย่อมซูบซีดร่วงโรยไป ดุจนกกระยางแก่ที่ซบเซาอยู่ริมสระที่ไร้ปลาฉะนั้น

คำอธิบายเชิงลึก

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระคาถานี้ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ปรารภมหาธนเศรษฐีบุตร ทั้งเขาและภรรยาได้รับมรดกมหาศาล แต่กลับเลือกใช้ชีวิตอย่างเสเพล ผลาญทรัพย์สมบัติไปกับความบันเทิงทางโลกและคบหามิตรเทียม ท้ายที่สุด ทั้งสองต้องสูญเสียทุกสิ่งและกลายเป็นขอทานเร่ร่อนคอยเก็บเศษอาหาร เมื่อพระพุทธองค์ทอดพระเนตรเห็น จึงตรัสว่า หากพวกเขาตั้งใจประกอบสัมมาอาชีวะในวัยหนุ่มสาว ก็คงได้เป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมือง หรือหากเลือกวิถีทางธรรม ก็คงได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่พวกเขากลับละทิ้งศักยภาพของตนทั้งทางโลกและทางธรรม เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนสติอย่างลึกซึ้งว่า ชีวิตที่ปราศจากเป้าหมายและการวางแผนย่อมนำไปสู่ความทุกข์ ในยามมั่งมีและมีอำนาจ มิตรจอมปลอมย่อมมีมาก แต่เมื่อสิ้นเนื้อประดาตัว ก็จะถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง พระพุทธองค์ทรงสอนให้เราใช้พลังในวัยหนุ่มสาวเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหาความรู้ การจัดการทรัพย์สินอย่างมีความรับผิดชอบ หรือการเจริญคุณธรรมและปฏิบัติธรรม เพื่อไม่ให้บั้นปลายชีวิตต้องตกต่ำและเต็มไปด้วยความเสียใจ ดั่งนกกระยางแก่ที่หิวโหยอยู่ริมสระน้ำที่แห้งขอด

🌿

เซน AI ผู้ช่วย

ออนไลน์

ยินดีต้อนรับ คาถาที่ 155 ฉันคือเซน AI ผู้ช่วยของคุณที่จะช่วยคุณไตร่ตรองบทนี้ คุณมีคำถามหรือต้องการค้นหาความหมายเพิ่มเติมหรือไม่?